แม้ว่าการเดินทางของฉันจะเริ่มต้นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ฉันเพิ่งจะรู้ซึ้งถึงข้อคิดที่มีคนเคยพูดกับฉันว่า
“จะแน่ใจได้อย่างไรว่าทางที่เราเดินอยู่นั้นมันเป็นทางที่ถูกต้องแล้ว”
ฉันเริ่มลังเลและหวั่น ๆ ขึ้นมานิด ๆ ว่าถ้าหากฉันเดินในทางที่ผิดมาตลอดฉันจะทำอย่างไรดี ? แต่มันก็คงป่วยการหากจะมานั่งกังวลกับทางที่ได้เลือกเดินมาไกลขนาดนี้แล้วจริงมั๊ย...?
ฉันลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่เกาะตามเสื้อผ้า พลางทอดสายตาไปยังฝั่งตรงข้ามโฟกัสไปที่กระเป๋าเป้ใบคุ้นเคยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวเท้าเดินห่างจุดที่สายตาโฟกัสออกไปทุกที ๆ ... ขณะที่ก้าวเดินไป ฉันได้ยินคำพูดนั้นก้องซ้ำ ๆ อยู่ในหัว ฉันต้องการเป้ใบเก่งของฉันเสียเหลือเกินในเวลาเช่นนี้ อย่างน้อยก็อุ่นใจล่ะว่ามันมีเข็มทิศที่จะบอกทิศทางให้กับฉันได้ ถึงแม้ว่าตัวฉันเองจะอ่านมันไม่ออกก็เถอะ ฉันยังสามารถให้นักเดินทางที่ผ่านมาสอนฉันได้นี่นา้....“นักเดินทาง”--- ทำไมฉันถึงไม่คิดให้เร็วกว่านี้นะ !!!
ที่จริงแล้วฉันไม่ได้ต้องการกระเป๋าเป้ที่มีอุปกรณ์เดินป่าที่ครบครัน หรือมีเข็มทิศที่ฉันดูไม่เป็นสักหน่อยนี่นา สิ่งที่ฉันต้องการมาตลอดคือ “เพื่อนเดินทาง” ต่างหาก
“เพื่อนเดินทาง” ที่จะคอยช่วยเหลือและปรึกษาเส้นทาง คอยระแวดระวังภัยให้กันและกัน ฉันคิดมาตลอดว่านักเดินทางต้องเดินทางเพียงลำพังเพราะต่างก็มีจุดหมายปลายทางที่ไม่เหมือนกัน ถูก--ที่นักเดินทางมีจุดหมายปลายทางของตนในใจ ติด--ที่นักเดินทางไม่จำเป็นต้องเดินทางอย่างโดดเดี่ยว เพราะบางทีการมี “เพื่อนร่วมทาง” อาจทำให้ถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น!
ฉันอยากได้เพื่อนร่วมทางสักคนเดินทางไปกับฉัน และถึงแม้ว่าในท้ายที่สุดเราต้องลาจากกันเมื่อถึงทางแยกที่มุ่งสู่จุดหมายปลายทางของแต่ละคน แต่อย่างน้อยระหว่างทางที่เราเดินขนานเคียงคู่กันไปฉันก็ไม่เหงา...เราต่างไม่เหงา...
ตลอดทางที่ฉันเคยมีเป้คู่ใจอยู่นั้น ถึงจะอุ่นใจแต่มันก็เป็นเพียงกระเป๋าใบนึงที่ไม่เคยจะตอบโต้อะไรกับฉันได้เลย ตอนนี้ฉันอยากได้สักคนที่จะโต้ตอบความสุขความทุกข์ตลอดการเดินทางร่วมกัน
ใครสักคนที่ทำให้การเดินทางที่ไม่รู้จบนี้เป็นการเดินทางที่น่าตื่นเต้นและท้าทายอย่างน้อยก็ในทางช่วงหนึ่ง
และใครสักคนที่จะทำให้ฉันรู้สึกว่าบนเส้นทางสู่จุดหมายปลายทางของฉันนี้ ไม่ได้มีเพียงฉันเพียงลำพัง...